วิศวกรรมชีวเวช

เมื่อแพทย์ วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์ร่วมมือแก้ปัญหาสุขภาพ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดย  :   รศ. ดร.มานะ ศรียุทธศักดิ์
 ฉบับที่  :   2 / 2551
> http://newsletters.eng.chula.ac.th/?q=node/39

1.วิศวกรรมชีวเวชคืออะไร
วิศวกรรมชีวเวช (วิศวกรรมชีวการแพทย์) หรือ Biomedical Engineering เป็นศาสตร์ที่มีมานานหลายสิบปี มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น Medical physics บ้างก็เรียกว่า Biophysics เป็นต้น จากชื่อจะเห็นได้ว่ามีคำศัพท์หลัก 3 คำ คือ bio, medical และ engineering ซึ่งหมายความว่าเป็นสหศาสตร์ที่รวมประสานองค์ความรู้ด้าน ชีววิทยา แพทย์ศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ เข้าด้วยกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์เป็นหลัก กล่าวคือเพื่อตอบสนองความต้องการทางการแพทย์ 3 ประการ อันได้แก่การตรวจวินิจฉัย การบำบัดรักษา และการป้องกันโรค โดยการนำเอาองค์ความรู้ด้านชีววิทยาและวิศวกรรมศาสตร์เข้ามาใช้ ตัวอย่างผลงานที่เกี่ยวข้องกับทั้ง 3 หัวข้อนี้ได้แก่ เครื่องวัดสัญญานหัวใจ เครื่องเอกซ์เรย์ เครื่อง MRI เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด อัลตร้าซาวด์ เลเซอร์ผ่าตัด เครื่องสลายนิ่วเครื่องกระตุ้นประสาท เครื่องฟอกไต ต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องมือหรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แขนขาเทียม รถเข็น หัวใจเทียม เนื้อเยื่อสมานแผล การพัฒนายาและระบบนำส่งยา วัคซีน การใช้ประโยชน์จากสเต็มเซลล์ในการรักษาและปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการพัฒนาด้านวิศวกรรมชีวเวชนั้นมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก นอกจากนี้หากมองในเชิงเศรษฐศาสตร์แล้วมูลค่าทางการตลาดของการรักษาและตรวจวินิจฉัยโรค ที่คิดเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริการเท่านั้น พบว่ามีมูลค่าถึง 4.8 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ในปี 2005 และคาดว่าจะสูงถึงประมาณ 7.3 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ในปี 2010 ดังนั้นคงไม่จำเป็นจะต้องอธิบายต่อว่าวิศวกรรมชีวเวชมีความสำคัญและจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยในอนาคตอย่างไร ข้อเด่นของวิศวกรรมชีวเวชที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือความพร้อมของอาจารย์ นักวิจัยในสาขาแพทย์ศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆที่มีความรู้และมีความชำนาญที่แตกต่างกันและมีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการผลิตงานวิจัยและบัณฑิตในระดับปริญญาโท-เอกออกมาช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพของประเทศ รวมทั้งสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆในด้านนี้

 2.จุดเริ่ม
ในปี พ.ศ.2548 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีแนวคิดในการจัดตั้งหลักสูตรวิศวกรรมชีวเวชขึ้นโดยการสนับสนุนจากท่านอธิการบดี (ศ. ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันท์) ท่านรองอธิการบดี(ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ) ท่านคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย (ผศ. ดร.กัลยา ติงศภัทธิ์) รวมถึงคณบดีและผู้อำนวยการสถาบันจากคณะและหลายหน่วยงานต่างๆ อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากหน่วยวิจัย (Research unit) และด้วยความทุ่มเทของ รศ. ดร.วัชรพงษ์ โขวิฑูรกิจในการรวบรวมข้อมูลรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรวิศวกรรมชีวเวช รวมกับความร่วมมือจากคณาจารย์อีกหลายท่านในการจัดทำรายวิชาใหม่เพื่อการเรียนการสอนในหลักสูตร ทำให้สามารถเปิดหลักสูตรวิศวกรรมชีวเวชได้ในต้นปีการศึกษา 2549 โดยได้จัดให้มีการเรียนการสอนใน 2 หลักสูตร คือ

1.หลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ที่เน้นการวิจัยพื้นฐานเพื่อเข้าใจถึงกลไก (Mechanism)และตัวแปรต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง สำหรับอธิบายปรากฎการณ์ทางด้านชีวเวช รวมถึงการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาตร์ในการประยุกต์ ดัดแปลงเครื่องมือทางด้านชีวเวชเพื่อการใช้งาน

2.หลักสูตรวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ที่เน้นการสร้างสรรนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยพื้นฐานและงานวิจัยประยุกต์ ซึ่งจะครอบคลุมถึง ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ในงานด้านวิศวกรรมชีวเวช

 
โดยมีการรับนิสิตในปีการศึกษา 2549 จำนวน 14 คน และในปีการศึกษา 2550 อีกจำนวน 13 คน โดยแบ่งเป็นนิสิตระดับปริญญาโท 20 คน และนิสิตระดับปริญญาเอก 7 คน โดยแบ่งเป็นสาขาต่างๆ คือ Bio-information 1 คน, Biomechanics 5 คน, Tissue Engineering &Drug Delivery 6 คน และ Medical Instrumentation & Rehabilitation 15 คน หลักสูตรได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมวิชาการวิศวกรรมชีวการแพทย์แห่งชาติครั้งที่ 5 ร่วมกับสวทช. ในเดือนกรกฎาคม 2550 โดยได้รับความสนใจจากนักวิจัยในด้านนี้จากทั่วประเทศเป็นอย่างมาก เพื่อให้งานด้านวิศวกรรมชีวเวชสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในปีการศึกษา 2551 จึงได้มีนโยบายที่จะเปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต ที่เน้นถึงการวิจัยพื้นฐานและประยุกต์ เพื่อนำไปออกแบบ ประดิษฐ์หรือ ปรับปรุง เครื่องมือรวมถึงซอฟ์ตแวร์ สำหรับการใช้งานด้านวิศวกรรมชีวเวช โดยได้รับการสนับสนุนจากท่านคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ (ศ.ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ)ในการจัดสรรพื้นที่ชั้น 2 อาคารวิศวกรรมศาสตร์ 1 ประมาณ 180 ตร.ม. เพื่อใช้เป็นห้องพักและห้องปฏิบัติการวิจัยพื้นฐานด้านวิศวกรรมชีวเวชสำหรับนิสิตและอาจารย์ที่เกี่ยวข้อง และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการพัฒนาศูนย์สหศาสตร์สู่อนาคตของมหาวิทยาลัย

ของท่านอธิการบดี จำนวน 2.4 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดหาครุภัณฑ์ วัสดุสำหรับการทดลองพื้นฐาน และในการสร้างห้องปฏิบัติการวิจัยด้าน Biomaterials และ Cells & Tissue Engineering ทำให้การพัฒนางานด้านวิศวกรรมชีวเวชในด้านการเรียนการสอนเริ่มมีประสิทธิภาพ และเพื่อเตรียมการเข้าสู่วาระเฉลิมฉลอง 100 ปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่จะมาถึงในปี พ.ศ. 2560 ทางหลักสูตรยังได้รับการอนุมัติงบพัฒนาศักยภาพอีกจำนวนประมาณ40 ล้านบาท ในปัจจุบันมีการดำเนินงานด้านการเรียนการสอนและวิจัยใน 5 หัวข้อหลัก คือ 
Medical Instrumentation

มีความร่วมมือด้านงานวิจัยระหว่างภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ กับ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ภาควิชาสรีรวิทยา และ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ ในการพัฒนาเครื่องมือวัดสัญญาณคลื่นสมอง ไบโอเซนเซอร์ และเครื่องมือผ่าตัดไฟฟ้าเป็นต้น

 Biomechanics

มีความร่วมมือด้านงานวิจัยระหว่างภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ กับภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ ในการศึกษาพัฒนา ข้อเข่าเทียม สะโพกเทียมเป็นต้น

Cells & Tissue Engineering และ Drug Delivery & Discovery

มีความร่วมมือด้านงานวิจัยระหว่างภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ กับ ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์รวมทั้งสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ ในการศึกษาวิจัยวัสดุชีวภาพเพื่อใช้เสริมสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อและอวัยวะ เช่น ผิวหนังกระดูก เส้นประสาท โดยใช้เซลล์ของผู้ป่วยเองและสเต็มเซลล์ รวมทั้งการพัฒนาระบบนำ ส่งยาเข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ

 Medical Imaging

มีความร่วมมือด้านงานวิจัยระหว่างภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กับภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ในการศึกษาวิจัยการวิเคราะห์ภาพ MRI เป็นต้น

Rehabilitation

มีความร่วมมือด้านงานวิจัยระหว่างภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ กับ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู และหน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ในการศึกษาพัฒนาเครื่องวัดการทรงตัว เครื่องช่วยเดินผู้ป่วยพาร์กินสัน เป็นต้น การพัฒนาวิศวกรรมชีวเวชของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้นจะสำเร็จได้ก็ด้วยความร่วมมืออย่างจริงจังและจริงใจจากหลายฝ่าย และเนื่องจากวิศวกรรมชีวเวชมีความหลากหลายทางวิชาการ ดังนั้นการทำงานจึงไม่ได้จำกัดเพียง 5 หัวข้อหลักที่กล่าวมาข้างต้น หรือจำกัดเฉพาะคณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ หรือคณะวิศวกรรมศาสตร์ การทำงานยังต้องการความร่วมมือจากคณะจารย์ นักวิจัย นิสิตที่มีความรู้หลากหลายเข้ามาช่วยกันพัฒนาท่านที่สนใจสามารถเข้ามาหารือและร่วมกันทำงานได้ที่ห้อง 203 อาคารวิศวกรรมศาสตร์ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะทำงานยินดีต้อนรับเสมออย่าลืมว่าทุกท่านเป็นผู้หนึ่งที่สามารถช่วยผลักงานวิศวกรรมชีวเวชของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้

Tags:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: