การดำรงสภาวะวิชาชีพวิศวกร

การดำรงสภาวะวิชาชีพวิศวกร
          อาชีพวิศวกรเป็นอาชีพที่เกิดจากการสะสมความรู้จากอดีตเช่นเดียวกับอาชีพแพทย์ หรืออาชีพนักกฎหมาย วิศวกรจะต้องมีความชำนาญเฉพาะสาขาของตนเองที่อาจได้มาจาการเรียนในสถาบันการศึกษาหรือจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน เช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆวิศวกรจะต้องรับผิดชอบในการประยุกต์ใช้ความรู้และความชำนาญที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ในฐานะวิศวกรมืออาชีพ วิศวกรจะต้องคำนึงผลกระทบจากผลงานของตนที่มีต่อความอยู่ดีกินดีของสังคม และพิจารณาเลือกแนวทางปฏิบัตที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

 การทำงานของอาชีพต่างๆแต่ละอาชีพอาจแตกต่างกันได้หลายลักษณะ เช่น

 ก) การทำงานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสังคม ทั้งในส่วนที่เป็นความจำเป็น และส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
 ข) การทำงานโดยใช้ความพินิจพิเคราะห์และการตัดสินใจจากประสบการณ์ที่มิได้เป็นไปตามกฏเกณฑ์มาตรฐานที่ตายตัว
 ค) การใช้ปฏิภาณ ไหวพริบ และความฉลาดในการทำงาน โดยอาศัยความรู้และความชำนาญที่คนส่วนใหญ่ไม่มี
 ง) การมีเป้าหมายในการส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ตลอดจนแนวคิดในวิชาชีพเพื่อเป็นการบริการแก่สังคม
 จ) การมีสถานภาพทางกฎหมาย และมีข้อกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้ที่ทำงานในวิชาชีพนั้นๆอย่างชัดเจน
             
              สิทธิพิเศษและความรับผิดชอบต่อสังคมในแต่ละวิชาชีพ จะแปรผันเป็นสัดส่วนกันอยู่เสมอเช่น ถ้าอาชีพหนึ่งสามารถสนองความต้องการของสังคมให้ได้ดี สังคมก็จะให้เอกสิทธิ์ในงานนั้นๆและให้สิทธิพิเศษในการปกครองกันเองในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพนั้น หรืออาจกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า ความสัมพันธ์ของอาชีพกับสังคมก็คือความเชื่อมั่นนั่นเอง นั่นคือสังคมจะยอมรับความเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่บุคคลนั้นทำงานอยู่ได้ก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นทำงานอย่างมีความรับผิดชอบ การสร้างบรรยากาศของการที่สังคมยอมรับและความเชื่อมั่นในอาชีพวิศวกรอาจทำได้ตามแนงทางต่อไปนี้
              1. จะต้องมีข้อบังคับทางจรรยาบรรณของวิศวกร
              2. จะต้องมีการขึ้นทะเบียนรับรองการเป็นวิศวกร
              3. จะต้องมีสมาคมวิชาชีพวิศวกรเพื่อช่วยและควบคุมการดำเนินงานของกลุ่ม
          
              วิศวกรที่ขึ้นทะเบียนจะมีสิทธิในการทำงานบางอย่างได้ และในทางกลับกัน วิศวกรที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วจะต้องยอมรับและปฏิบัติตามปฏิบัติตามกฎและระเบียบจรรยาบรรณที่เกี่ยวกับการทำงานของตน ในประเทศไทยมีองค์กรนี้อยู่แล้ว คือคณะกรรมการควบคุมการประกอบอาชีพวิศวกรรมศาสตร์ (กว) กระทรวงมหาดไทย และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)
           1. จรรยาบรรณของวิศวกร
              ความสัมพันธ์ระหว่างวิศวกรและสังคม จะต้องขึ้นอยู่กับการยอมรับนับถือและความเชื่อมั่นต่อกัน วิศวกรเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ เหนือกว่าลูกค้า นายจ้าง หรือประชาชนทั่วไป ความรู้ที่วิศวกรมีอยู่นี้เป็นพื้นฐานที่วิศวกรจะบริการให้สังคมได้ แต่ในทางกลับกัน ความรู้เหล่านี้ก็มีศักยภาพในการทำลายสังคมได้เช่นเดียวกันเพื่อเป็นแนวทางให้ความสัมพันธ์ระหว่างวิศวกรและสังคมเป็นไปได้ด้วยดี อาชีพวิศวกรจะต้องมีกฎและระเบียบจรรยาบรรณเป็นลายลักษณ์อักษร กฎและระเบียบนี้จะต้องมีข้อบังคับที่อธิบายความรับผิดชอบของวิศวกรที่มีต่อวิศวกรด้วยกัน ต่อลูกค้า ต่อนายจ้าง และต่อประชาชนส่วนรวมในประเทศไทย จรรยาบรรณของวิศวกรกำหนดขึ้นโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
           2. การขึ้นทะเบียนอาชีพวิศวกร
             ผู้จบการศึกษาได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัย สถาบัน หรือวิทยาลัย มีสิทธิร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นวิศวกรควบคุมได้จากคณะกรรมการควบคุมการประกอบอาชีพวิศวกรรมศาสตร์ กระทรวงมหาดไทย สาขาทีขอขึ้นทะเบียนได้มีดังต่อไปนี้
             – สาขาวิศวกรรมโยธา
             – สาขาวิศวกรรมเครื่องกล
             – สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ  
             – สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง
             – สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร
             – สาขาวิวกรรมเหมืองแร่

             การพิจารณารับขึ้นทะเบียน จะพิจารณาจากใบแสดงผลการเรียน โดยแต่ละสาขาวิชามีวิชาบังคับที่ผู้เป็น วิศวกรสาขานั้นต้องเรียนผ่าน วิศวกรที่ขึ้นทะเบียนมีอยู่ 3 ระดับ คือภาคีวิศวกร สามัญวิศวกร และวุฒิวิศวกร
           3. สมาคมวิชาชีพ
             โดยแท้จริงแล้ววิศวกรจะต้องมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นทั้งในงานด้านวิศวกรรมศาสตร์ และในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานจะประสบผลสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อสามารถทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ร่วมงานได้ดี ดังจะเห็นได้จากความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่วิศวกรยุคใหม่ใช้อยู่ก็เป็นงานการค้นคว้า วิจัย กลั่นกรองจากความพยายามของนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ และวิศวกรจำนวนมาก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความรู้ที่ถ่ายทอดต่อๆกันมาทำให้เกิดรูปแบบของการรวมกลุ่มวิชาชีพหรือสมาคม ปัจจุบันกลุ่มต่างๆเหล่านี้ ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นสมาคมวิชาชีพวิศวกรรมศาสตร์
             ในประเทศไทยมีวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่เป็นสมาคมวิชาชีพที่ถูกต้องสมบรูณ์ มีสมาคมอื่นๆอีกบ้าง เช่น สมาคมวิศวกรรมเกษตร สมาคมอิเล็คตรอนิกส์แห่งประเทศไทย แต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก นอกจากนี้ยังมีสมาคมที่เป็นสาขาของสมาคมระหว่างประเทศอีกบ้าง แต่รู้ในวงแคบในต่างประเทศ เช่นประเทศสหัฐอเมริกา มีสมาคมวิชาชีพวิศวกรรมศาสตร์ที่สำคัญอยู่ประมาณ 20 สมาคม สมาคมเหล่านี้ให้บริการทางด้าน เทคนิคและส่งเสริมวิชาชีพ ส่วนในประเทศอื่นๆจะดำเนินการคล้ายกับประเทศไทย
             นอกจากสมาคมวิชาชีพวิศวกรรมศาสตร์จะออกวารสารวิชาการในสาขาของตน และเผยแพร่ความรู้โดยการจัดประชุมทางวิชาการ ออกระเบียบต่างๆที่ใช้ควบคุมและส่งเสริมกระบวนการผลิต วิธีการต่างๆและอุปกรณ์ทางวิศว กรรมศาสตร์แล้วยังเป็นแหล่งที่ให้วิศวกรมีโอกาสสร้างความคุ้นเคยกับพวกวิศวกรในสาขาเดียวกันอีกด้วยและสมาคมวิศวกรรมศาสตร์เกือบทุกสมาคมยินดีรับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ในสาขาที่สมาคมเกี่ยวข้องเป็นสมาชิกสมทบของสมาคม

Tags:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: