วิศวกรรมศาสตร์ที่แบ่งตามประเพณีนิยม

สาขาการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์
จากหนังสือ หลักพื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์ (2532)
โดย รศ.ดร.สมบัติ ทีมทรัพย์
       
         เนื่องจากธรรมชาติของงานด้านวิศวกรรมศาสตร์กว้างขวางมาก ตั้งแต่งานจิ๋ว เช่น การออกแบบวงจรรวม(Intergrated circuit)ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ จนถึงงานขนาดใหญ่มากเช่น การสร้างเขื่อน สร้างสะพาน หรือแม้แต่สร้างเมืองใหญ่ทั้งเมือง อาชีพวิศวกรจึงต้องแบ่งออกเป็นหลายสาขา ถ้าแบ่งสาขากันตามประเพณี จะแบ่งออกได้เป็น 4 สาขาคือ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า และวิศวกรรมเคมี ส่วนสาขาวิชาที่เพิ่มขึ้นใหม่เช่น วิศวกรรมการบิน หรือวิศวกรรมนิวเคลียร์นั้น เป็นการพัฒนาเนื่องจากผลของการค้นพบสิ่งใหม่ๆทางด้านวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้สาขาที่แตกต่างออกไปเช่น วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมชีวการแพทย์ และวิศวกรรมระบบ เกิดขึ้นจากความซับซ้อนของปัญหาที่พบในปัจจุบัน สาขาวิศวกรรมศาสตร์ที่นิยมจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน

สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ที่แบ่งตามประเพณีนิยม
      1. วิศวกรรมโยธา
      วิศวกรโยธา เป็นนักก่อสร้างที่ทำงานเกี่ยวกับการวางแผน การออกแบบ และการควบคุม การก่อสร้างต่างๆเช่น สะพาน เขื่อน ท่าเรือ คลองส่งน้ำ ทางด่วน ทางรถไฟ อาคาร และระบบขนส่งมวลชน เป็นต้น อาชีพวิศวกรโยธาเป็นอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาอาชีพวิศวกรด้วยกัน ในยุคตันๆ งานของวิศวกรโยธาคืองานสร้างเครื่องจักรกล แต่ต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็นงานสร้างโครงสร้างต่างๆ เช่น สะพาน อาคาร และถนน เป็นต้น
      วิศวกรโยธาในปัจจุบันยังต้องมีความถนัดเฉพาะด้านที่แคบลงอีกเช่น การก่อสร้าง การปรับปรุงสภาพแวดล้อม การสุขาภิบาล การใช้ทรัพยากรแหล่งน้ำ การสำรวจ(Geodetic หรือ Surveying) การสร้างทางด่วนและการใช้ทางด่วน (Highway) ระบบไฮดรอลิต(Hydraulic) การจัดชุมชน (Municipal) เทคนิคการธรณี (Geotechnic) โครงสร้าง(Structure) การขนส่งและการจราจร (Transportation and Traffic) โอกาสในการทำงานของวิศวกรโยธามีอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งรวมถึงก่อสร้าง งานผลิตในอุตสาหกรรม งานขนส่ง งานผลิตไฟฟ้า งานควบคุมสภาพแวดล้อมทั้งในวงงานอุตสาหกรรมและในวงงานอื่น ๆ นอกจากนี้ยังทำงานในฐานะที่ปรึกษาของบริษัทต่างๆได้อีกด้วย
      2.วิศวกรรมเครื่องกล
      วิศวกรเครื่องกลจะทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกลและกระบวนการทางเครื่องกลเช่น การผลิตและการเปลี่ยนรูปพลังงาน เป็นต้น งานด้านวิศวกรรมเครื่องกลเริ่มมีความสำคัญ หลังจาก James Watt* คิดประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำได้สำเร็จ ซึ่งส่งผลให้เกิดการปฏิวัติ ทางอุตสาหกรรมและการขนส่งทางรถไฟในศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันเครื่องกลมีขอบข่าย งานที่กว้างขวางและเป็นที่ต้องการมากที่สุดสาขาหนึ่ง โดยมีบทบาทในการผลิต การเปลี่ยนรูปและการใช้พลังงานทั้งในรูปแบบ (เช่น การสันดาป ถ่านหิน น้ำมัน) และนอกรูปแบบ (เช่น พลังงานนิวเคลียร์หรือพลังงานแสงอาทิตย์) ตลอดจนการออกแบบและการสร้างเครื่องจักรที่ใช้ในงานต่างๆตั้งแต่การผลิตอุตสาหกรรมจนถึงเครื่องใช้ในครัวเรือน ในการทำความร้อนและความเย็นทั้งอุณภูมิต่ำมากและต่ำตามปกติจะต้องมีวิศวกรเครื่องกลร่วมงานด้วยในอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท พื้นฐานการศึกษาของวิศวกรประเภทนี้  ประกอบด้วยวิชาเทอร์โมไดนามิกส์ วัสดุศาสตร์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งวิชาเฉพาะด้านอีก เช่น การออกแบบเครื่องจักรกลและโรงผลิตกำลัง เป็นต้น
       3. วิศวกรรมเคมี
       วิศวกรเคมีเป็นผู้ประยุกต์ใช้หลักการทางเคมี ฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์ในการออกแบบควบคุมการทำงานของโรงงานและกระบวนการผลิตที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในระหว่างการผลิต ซึ่งอาจกล่าวได้อย่างกว้างๆว่างานวิศวกรรมเคมีจะเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ทางด้านเคมี เพื่อสนองตอบความต้องการของสังคม วิศวกรเคมีเป็นผู้พัฒนากระบวนการผลิตพลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ผลิตภัณฑ์ยา กระดาษสี และผลิตภัณฑ์ที่สำคัญๆอีกมาก งานของวิศวกรเคมีจะครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมหลายประเภทที่เกี่ยวกับสารเคมีสังเคราะห์ และการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมจนกระทั่งถึงพลังงานนิวเคลียร์ และเทคโนโลยีอวกาศโดยทั่วไปวิศวกรเคมีจะมีความชำนาญเฉพาะด้านเช่น การออกแบบกระบวนการทางเคมี อิเล็กโตรเคมี การผุกร้อน วิศวกรรมสภาพแวดล้อม ชีวเคมี โมเล็คกูลาเคมี โพลิเมอร์ นิวเคลียร์เคมี ปิโตรเลียม และวิศวกรรมระบบพื้นฐานในปัจจุบันวิศวกรเคมีเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท วิศวกรประเภทนี้จะต้องมีความรู้พื้นฐานทางด้านวิชาเคมีและฟิสิกส์ร่วมกับวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมที่จำเป็นต่อกระบวนการทางเคมี ซึ่งรวมถึงปฏิกริยาทางเคมี เทอร์โมไดนามิกส์ กลศาสตร์ของไหล และวัสดุศาสตร์ จากการฝึกการออกแบบและวิเคราะห์กระบวนการต่างๆอย่างจริงจังทำให้วิศวกรเคมีเป็นผู้สามารถทำงานได้อย่างกว้างขวาง
     4. วิศวกรรมไฟฟ้า
     วิศวกรไฟฟ้าทำงานเกี่ยวกับอุปกรณ์ วงจร และระบบไฟฟ้า โดยทั่วไปวิศวกรไฟฟ้าแต่ละคนจะเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะต่างๆแตกต่างกันไปเช่น การผลิตและการส่งกำลังไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสาร การควบคุมและการออกแบบวงจร  จากผลของการพัฒนาทรานซิสเตอร์  วงจรรวม (Integrated circuits) อิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว(Microelectronics) เลเซอร์และคอมพิวเตอร์ เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้งานของวิศวกรไฟฟ้าหลายท่านทำงานในสาขาวิชาใหม่ๆ เช่น ควอนตัมอิเล็กทรอนิดส์ (Quantam electronics หรือ Microelectronics) ควอนตัมออปติคส์ (Quantum optics หรือ Lasers) และคอมพิวเตอร์ อุตสาหกรรมหลักเกือบทุกชนิดต้องการใช้วิศวกรไฟฟ้า วิศวกรประเภทนี้จะต้องมีความรู้พื้นฐานด้านวิศวกรรมศาสตร์อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านทฤษฎีเช่น การสื่อสารและการควบคุม จากความต้องการในสาขาวิชาใหม่ๆ เช่น การพัฒนาอิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว และเลเซอร์ทำให้วิศวกรไฟฟ้าที่ทำงานด้านนี้ต้องมีความรู้ทางด้านฟิสิกส์สมัยใหม่ (Modern physics) เป็นอย่างดีแต่ก่อนอื่นจะต้องมีความรู้ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์วิศวกรรมต่างๆอีกด้วย

—————————————————————-

Tags:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: