วิศวกรรมศาสตร์ที่แบ่งตามลักษณะงาน

สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ที่แบ่งตามลักษณะงาน

จาก หลักพื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์ (2532)
โดย รศ.ดร.สมบัติ ทีมทรัพย์

       จากสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ที่ยึดถือกันมา 4 สาขาดังกล่าวข้างต้นแล้วการศึกษา วิชาวิศวกรรมศาสตร์ยังอาจแบ่งตามลักษณะงานต่างๆที่แคบลงได้อีก ดังนี้
      
        01. วิศวกรรมอากาศยาน
       วิศวกรอากาศยานมีบทบาทสำคัญยิ่งในการออกแบบและพัฒนาเครื่องบินและพัฒนา เครื่องบินและเครื่องร่อนมาตั้งแต่เริ่มมีการคิดประดิษฐ์อุปกรณ์การบิน ต่อมาวิศวกรรม  สาขานี้ได้ขยายขอบข่ายงานออกไปครอบคลุมถึงวิศวกรรมยานอวกาศ (Astronauticalengineering) ในกลางศตวรรษที่ 20 เนื่องจากมีงานที่คล้ายคลึงกัน งานของวิศวกรประเภทนี้จึงขยายขอบเขตออกไป เช่น การขนส่งความเร็วสูง เรือไฮโดรฟอยล์ พาหนะใต้น้ำทะเลลึกและกังหันลมปั่นไฟฟ้าเป็นต้น วิศวกรอากาศยานจึงต้องมีพื้นความรู้ที่ดีในวิชาต่อไปนี้ คือพลศาสตร์ของไหล (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ประยุกต์ใช้กับหลักการอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) และการขับตัน (Propulsion) กลศาสตร์โครงสร้าง(Structural mechanics) กลศาสตร์การบิน กลศาสตร์ท้องฟ้า การนำวิถีและการควบคุมวิศวกรอากาศยานทำงานในโครงการพัฒนาการบิน เครื่องบินหรือจรวด โรงงานสร้างและประกอบอุปกรณ์เกี่ยวกับการบินทั้งที่ต้องมีคนขับตั้งแต่เครื่องบินขนาดเล็ก เฮลิคอปเตอร์จนกระทั่งถึงยานอวกาศ ความก้าวหน้าที่วิศวกรอวกาศยานพัฒนาขึ้น มีผลให้เกิดการ พัฒนาด้านอื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกมาก
         02. วิศกรรมการเกษตร
         วิศกรการเกษตรใช้หลักการวิศวกรรมศาสตร์ในทางอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและการเกษตรโดยมีส่วนเกี่ยวข้องทุกขั้นตอนในการผลิตทางการเกษตร ตั้งแต่การผลิตผลิตภัณฑ์ทางด้านพืชและสัตว์ จนกระทั่งถึงกระบวนการผลิตอาหาร ถนอมอาหาร และการผลิตเส้นใย วิศวกรสาขานี้มีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะความต้องการอาหารและเส้นใยเป็นปัญหาวิกฤตปัญหาหนึ่งของโลกปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มของประชากรอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ระบบการผลิตทางการเกษตรยุคเก่าจะผลิตอาหารและเส้นใยให้ได้เพียงพอ นอกจากนี้วิศวกรการเกษตรยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเครื่องทุ่นแรงและอุปกรณ์การเกษตร การใช้วิธีการชลประทานสมัยใหม่การควบคุมการเซาะพังของหิน การจัดการเกี่ยวกับดินและน้ำ กระบวนวิธีการผลิตอาหารสัตว์ตลอดจนกระบวนการผลิตและขนถ่ายผลิตภัณฑ์อาหาร วิศวกรการเกษตรจะต้องมีพื้นความรู้ด้านฟิสิกส์ ชีววิทยา และวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมเป็นอย่างดี         

         สาขาวิศวกรรมศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวิศวกรรมการเกษตรก็คือวิศวกรรมการจัดการด้านป่าไม้และทรัพยากรแร่ สาขาวิศวกรรมทรัพยากรธรรมชาติเป็นสาขาใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ (รวมถึงป่าไม้ พื้นดินการเกษตร และแหล่งแร่) อย่างมีประสิทธิภาพ วิศวกรสาขานี้ใช้เทคนิคทางวิศวกรรมในการพัฒนาวิธีการสำรวจ วิธีการนำมาใช้และวิธีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
           03. วิศวกรรมสถาปัตย์
          วิศวกรรมสถาปัตย์ทำงานเกี่ยวข้องกับการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างเช่น เดียวกับวิศวกรโยธา แต่พื้นความรู้ที่มีทำให้วิศวกรสถาปัตย์ สามารถเข้าใจและสื่อความกับสถาปนิกได้ดีกว่าในการประยุกต์ใช้วิธีการทางวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างเลือกใช้เทคนิคการก่อสร้างและวัสดุให้บรรลุเป้าหมายทางศิลปกรรมของสถาปนิก วิศวกรประเภทนี้ส่วนใหญ่จะทำงานในบริษัทออกแบบทางสถาปัตย์หรือก่อสร้างที่มั่นคงแล้ว นักศึกษาในสาขาวิชานี้จะต้องเรียนวิชาพื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์ เช่น วิชากลศาสตร์โครงสร้าง นอกจากนี้ยังต้องมีความซาบซึ้งด้านความงามทางศิลปะ (Aesthetics) ของงานสถาปัตยกรรมด้วย และที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งก็คือจะต้องคุ้นเคยกับพัฒนาการใหม่ๆในการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ
            04. วิศวกรรมบรรยากาศและวิศวกรรมทางทะเล
            วิศวกรเพิ่มความสนใจต่อลักษณะและการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศของโลกและทะเลเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพื่อใช้ในการพยากรณ์ต่างๆซึ่งรวมถึงพยากรณ์ต่างๆซึ่งรวมถึงพยากรณ์ปัญหาที่เกี่ยวกับฤดู และสภาวะอากาศ การพยากรณ์นี้จะช่วยในการเลือกสถานที่ตั้งและกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมและใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาปัญหาแรงลมเพื่อการออกแบบโครงสร้าง เป็นต้น บ่อยครั้งการตัดสินใจที่สำคัญในการออกแบบระบบขนส่งไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ จะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงสภาวะลม ฟ้า อากาศด้วยเป็นอย่างมาก
            วิศวกรทางทะเลคือ ผู้ที่ศึกษากระบวนการทางฟิสิกส์ของทะเลและมหาสมุทรเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติเช่น พัฒนาวิธีปลูกพืชใต้น้ำ และการนำทรัพยากรแร่ใต้ทะเลมาใช้ งานของวิศวกรทางทะเลจะเกี่ยวข้องกับระบบน้ำใช้และการควบคุมการใช้น้ำ มลภาวะของน้ำ ผลกระทบของคลื่นต่อโครงสร้างในทะเลชายฝั่งตลอดจนกระบวนการทางชีววิทยาและธรณีวิทยาในทะเลและมหาสมุทร เมื่อเร็วๆนี้วิศวกรทางทะเลมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงไฟฟ้าลอยน้ำที่ใช้พลังงานความร้อนจากน้ำทะเลในรูปของอุณหภูมิที่แตกต่างของน้ำทะเลในระดับความลึก 2 ระดับ
            05. วิศวกรรมยานยนต์
            วิศวกรยานยนต์เป็นผู้รับผิดชอบในการออกแบบ พัฒนา ทดสอบ ผลิตและประกอบชิ้นส่วนในยานยนต์และอุปกรณ์ในการขนส่ง วิศวกรรมยานยนต์อาจแบ่งเป็นสาขาย่อยๆได้อีกเช่น รถยนต์นั่ง รถบรรทุก ยานยนต์ ที่มิได้ใช้ถนน เชื้อเพลิงและสารหล่อลื่นเครื่องกลการก่อสร้างและเครื่องกลอุตสาหกรรม การออกแบบเครื่องยนต์ความปลอดภัยในการใช้ยานยนต์ และการควบคุมสารพิษในไอเสีย โดยทั่วไปจะรวมอยู่ในการเรียนการสอบด้านวิศวกรรมเครื่องกล แต่มีสถานศึกษาบางแห่งที่แยกออกเป็นสาขาวิชาอิสระ
             06. วิศวกรรมชีวการแพทย์
             วิศวกรชีวแพทย์ใช้วิธีการทางวิศวกรรมศาสตร์ร่วมกับความรู้ทางด้านชีววิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ อวัยวะเทียมและเครื่องมือในการตรวจและรักษาโรค สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวิศวกรรมชีวการแพทย์ก็คือ วิศวกรรมชีวเคมี ซึ่งทำงานในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ซึ่งรวมถึงยาปฏิชีวนะ วัคซีน ยาฆ่าแมลง การใช้ประโยชน์จากน้ำเสีย วัสดุสังเคราะห์ อาหารสังเคราะห์ อุปกรณ์ด้านชีวเคมี และอวัยวะเทียม              วิศวกรรมชีวการแพทย์โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับการป้องกันมนุษย์ สัตว์ และพืชจากสารพิษหรือมลภาวะ และยังเกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบที่เหมาะสมกับกายวิภาคของมนุษย์ ดังนั้นความรู้พื้นฐานของวิศวกรทั้ง 2 ประเภทนี้นอกจากความรู้จากด้านวิทยาศาสตร์วิศวกรรมแล้ว ยังต้องมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และชีววิทยาอีกด้วย
             07. วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
             สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เป็นสาขาที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วงานของวิศวกรสาขานี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและประยุกต์ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ถึงแม้ว่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จะเป็นสาขาที่แยกออกมาจากสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า แต่ปัจจุบันลักษณะงานมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนนั่นคือวิศวกรคอมพิวเตอร์ออกแบบพัฒนาชิ้นส่วน พัฒนาโครงสร้าง และจัดการตำแหน่งติดตั้งชิ้นส่วนตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังทำงานเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ พัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูป หรือคำสั่งในภาษาคอมพิวเตอร์ ให้สามารถแก้ปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนได้สะดวก วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ยังอาจแบ่งออกเป็นสาขาย่อยๆได้อีกเช่น อีเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว ทฤษฎีตรรกะ (Logic theory) ระบบตัวเลข (Digital systems) การเขียนโปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์และวิธีคำนวณหาค่าประมาณ(Numerical methods) ปกติวิศวกรคอมพิวเตอร์จะรับผิดชอบงานต้านการออกแบบและใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันวิศวกรพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในงานหลาย ประเภท

             08. วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
              วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นเนื่องจากผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ทำลายสภาวะแวดล้อมที่ดีตาม ธรรมชาติลงไปอย่างรุนแรงและรวดเร็ว วิศวกรสิ่งแวดล้อมใช้ความรู้ทางด้านธรรมชาติวิทยา สังคมวิทยา และวิทยาศาสตร์ กายภาพในการวิเคราะห์และปรับปรุงความสัมพันธ์ของสังคม ด้านเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมให้เป็นไปด้วยดี วิศวกรสิ่งแวดล้อมจะต้องมีพื้นความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เช่น เคมี พืช และสัตว์ นอกเหนือจากความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ เช่น วิศวกรรมเคมีและการวิเคราะห์ระบบ เป็นต้น เนื่องจากงานการควบคุมสภาวะแวดล้อมส่วนใหญ่จะผูกพันกับกฎและข้อบังคับของรัฐบาล ดังนั้นวิศวกรสภาพแวดล้อมจึงควรที่จะต้องรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ สภาวะแวดล้อมด้วย
              09. วิศวกรรมอุตสาหการ
              วิศวกรรมอุตสาหการจะเกี่ยวข้องกับการออกแบบและวิเคราะห์กระบวนการต่างๆทางอุตสาหกรรมเช่นการผลิต (Production) การจัดการและการตลาด ซึ่งเป็นการออกแบบปรับปรุงและดำเนินการใช้ระบบที่มีความสัมพันธ์ระหว่างคน วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักร วิศวกรอุตสาหการ จะนำพื้นความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และการจัดการเพื่อทำนายและประเมินผลของระบบอุตสาหกรรมต่างๆโดยทั่วไปวิศวกรอุตสาหการจะมีความสนใจในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลักการทางเศรษฐศาสตร์ในการใช้เงิน วัสดุ เวลา ความพยายามของมนุษย์และพลังงานโดยอาจแบ่งเป็นสาขาเฉพาะออกได้เป็น วิศวกรรมการจัดการ ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมการปฏิบัติงานของมนุษย์ (Human performance engineering) วิศวกรรมความปลอดภัย การวิจัยการปฏิบัติงาน (Operations reasearch) และวิศว กรรมการผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing engineering) นอกจากวิศวกรอุตสาหกรรมจะต้องมีพื้นความรู้ในด้าน วิศวกรรมศาสตร์แล้วยังต้องมีพื้นความรู้ในด้านการวิเคราะห์ระบบเศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ การเงิน การบริหารงานบุคคลและระบบการผลิตที่ใช้คนและเครื่องจักร
              10. วิศวกรรมการผลิตอุตสาหการ
              โรงงาน (ในต่างประเทศ) ส่วนใหญ่จะใช้วิศวกรการผลิตอุตสาหกรรมเป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณาว่าจะจัดระบบงานให้คน วัสดุ และเครื่องจักรผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่พัฒนาใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดที่สุดได้อย่างไร นั่นก็คือการนำแนวคิดและแบบของนักออกแบบมาผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพตามต้องการอย่างประหยัด โดยทั่วไปวิศวกรการผลิตอุตสาหกรรมจะรับผิดชอบในการพัฒนาการออกแบบ วิเคราะห์ วางแผนควบคุม การทำงาน กำหนดวิธีการผลิตและเลือกใช้เครื่องจักรเพื่อผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าที่ใช้ประจำวัน มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่เปิดสอนสาขานี้ในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นสาขาหนึ่งในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล หรือ วิศวกรรมอุตสาหการ วิชาหลักที่นักศึกษาสาขานี้ต้องเรียนก็คือ วิชาการออกแบบเครื่องจักรการทำงานของเครื่องจักร การจัดงานบุคคล และเศรษฐศาสตร์
              11. วิศวกรรมยานสมุทร
              วิศวกรยานสมุทรทำงานเกี่ยวกับการขนส่งทางน้ำ เช่น ในมหาสมุทร ทะเล ทะเลสาบ แม่น้ำและลำคลองดังนั้นงานหลัดจึงเป็นการออกแบบยานพาหนะทางน้ำชนิดต่างๆซึ่งจะรวมตั้งแต่เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ จนถึงเรือดำน้ำขนาดเล็ก ซึ่งในการออกแบบยานเหล่านี้จะเน้นในด้านรูปร่าง ความแข็งแรง ความสมดุลย์ คุณภาพการลอยตัวในน้ำ และอุปกรณ์และเครื่องจักรที่ใช้ในเรือเช่น ระบบผลิตกำลัง ระบบควบคุม วิศวกรยานสมุทรจะต้องมีพื้นความรู้ในด้านกลศาสตร์การออกแบบโครงสร้าง พลศาสตร์ของเหลว (hydrodynamic) การเปลี่ยนรูปของพลังงาน และต้องมีประสบ การณ์ในเรื่องระบบต่างๆของยานสมุทรด้วย
              12. วิศวกรรมเหมืองแร่
              วิศวกรเหมืองแร่ทำงานเกี่ยวกับการค้นหา สำรวจ และพัฒนาแหล่งแร่ในทุกลำดับขั้นตอน ตั้งแต่การค้นหาจนถึงการแต่งแร่ต่างๆเช่น เหล็ก ถ่านหิน หรือยูเรเนียม งานที่กล่าวถึงนี้ครอบคลุมตั้งแต่งานออกแบบก่อสร้างดำเนินการขุดแร่ด้วยวิธีการต่างๆจนถึงการจัดการเรื่องการเงินและการตลาดอีกด้วย วิศวกรเหมืองแร่จะต้องมีพื้นความรู้ทางด้านวิศวกรรมโยธาทั้งการวิเคราะห์โครงสร้าง กลศาสตร์ของดิน (Soil mechanics) และไฮโดโลยี (Hydrology) ร่วมกับความรู้ทางด้านธรณีวิทยา และเคมีด้วย
              13. วิศวกรรมนิวเคลียร์
              วิศวกรนิวเคลียร์นำวิธีการพื้นฐานทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มาใช้ในการออกแบบควบคุมการทำงาน และใช้ปรโยชน์จากระบบที่เกี่ยวข้องกับพลังงานนิวเคลียร์ ส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาระบบการผลิตพลังงานจากเตาปฏิกรณ์ปรมาณูแบบแตกตัว (Fission) ระบบการใช้พลังงานในการผลิตความร้อนและไฟฟ้าใช้เป็นต้นกำลังในเรือดำน้ำ เรือ และยานอวกาศ นอกจากนี้วิศวกรนิวเคลียร์ยังทำงานเกี่ยวข้องกับการใช้รังสีปรมาณูในงาน อุตสาหกรรมและงานการแพทย์ งานที่สำคัญของวิศวกรนิวเคลียร์ในปัจจุบันก็คือ การพัฒนาการผลิตและใช้พลังงาน นิวเคลียร์ในรูปแบบใหม่ๆเช่น การสร้างเตาปฏิกรณ์ปรมาณูแบบบรีดเดอร์ (Breeder reactor) และการควบคุมปฏิกริยานิวเคลียร์แบบรวมตัว (Fusion) วิศวกรนิวเคลียร์จะต้องมีความรู้ทางด้านฟิสิกสฺ คณิตศาสตร์ร่วมกับวิชาทางวิศวกรรมเครื่องกลและวิศวกรรมไฟฟ้า
              14. วิศวกรรมปิโตรเลียม
              วิศวปิโตรเลียมใช้ความรู้ทางเคมี ฟิสิกส์และธรณีวิทยา ร่วมกับวิธีการทางวิศวกรรมศาสตร์ในการพัฒนา ค้นหา ดำเนินการ และควบคุมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม นั่นคืองานของวิศวกรปิโตรเลียมจะเกี่ยวข้องกับการหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในปริมาณที่เพียงพอที่จะดำเนินการเพื่อนำมาใช้ วิศวกรปิโตรเลียมเป็นผู้ออกแบบระบบการขนถ่ายน้ำมันและก๊าซเชื้อเพลิงไปยังแหล่งที่ต้องการใช้ จากการที่ปริมาณปิโตรเลียมสำรองในธรรมชาติลดน้อยลงเรื่อยๆทำให้ความสำคัญของวิศวกรสาขานี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
              15. วิศวกรรมแหล่งน้ำและวิศวกรรมสุขาภิบาล
              วิศวกรแหล่งน้ำพัฒนาและรักษาแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆรวมถึงการชลประทานการผลิตน้ำใช้ตามบ้านเรือนและอุตสาหกรรม และการเกษตร งานพื้นฐานที่เกี่ยวข้องก็คือการส่งถ่ายน้ำ จากแหล่งน้ำ ธรรมชาติไปยังแหล่งที่ต้องการใช้ ส่วนวิศวกรสุขาภิบาลทำงานเกี่ยวกับการส่งถ่ายและปรับปรุงคุณภาพน้ำเสีย ซึ่ง กำลังเป็นปัญหาวิกฤติปัญหาหนึ่งในปัจจุบัน วิศวกรทั้งสองประเภทนี้ จะต้องมีพื้นความรู้ในด้านธรรมชาติวิทยาร่วมกับวิศวกรรมเคมี และวิศวกรรมโยธา โดยเฉพาะในด้านการออกแบบ
              16. วิศวกรรมระบบ
              เทคโนโลยีสมัยใหม่มีความยุ่งยากและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆจนทำให้เกิดความจำเป็นที่ต้องใช้วิศวกรที่มีความชำนาญพิเศษในการออกแบบและวิเคราะห์ระบบตั้งแต่ระบบขนาดจิ๋วเช่น ระบบของชิ้นส่วนของเครื่องคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งถึงระบบขนาดใหญ่มากเช่น ระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ หรือในบางกรณีอาจเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐศาสตร์การตลาดกับเทคนิคในการผลิตในรูปของสมการทางคณิตศาสตร์ เช่นวิเคราะห์อาจทำเป็นสมการสมดุลย์ สิ่งที่ป้อนเข้า ได้รับออก และตัวแปรที่สภาวะต่างๆของระบบ ด้วยวิธีการเช่นนี้จะทำให้สามารถวิเคราะห์ระบบเพื่อการคาดคะเนและปรับปรุงความสามารถในการทำงานได้ ดังนั้นการทำงานของวิศวกรระบบจึงจำเป็นต้องใช้ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์
             17. วิศวกรรมการขนส่ง
             วิศวกรการขนส่ง ทำงานในเรื่องที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายคนและสิ่งของทั้งในระยะไกลเช่น เป็นผู้รับผิดชอบการออกแบบและก่อสร้างถนน ทางรถไฟ และที่กำลังเป็นที่น่าสนใจของบุคคลทั่วไปก็คือระบบขนส่งมวลชนและการขนส่งในระยะใกล้ๆเช่น การจัดระบบและออกแบบการขนถ่ายวัสดุในโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนในสำนักงาน อีกด้วยตามปกติวิศวกรรมการขนส่งจะเป็นสาขาหนึ่งที่อยู่ในสาขาวิศวกรรมโยธาถ้าเป็นการขนส่งระยะไกลและอาจเป็นสาขาหนึ่งในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ถ้าเป็นการขนส่งในระยะใกล้
             18. สาขาวิชาที่เกี่ยวพันกับหลายสาขาวิชา
 ยังมีการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมศาสตร์อีกหลายสาขาวิชาที่เป็นการประยุกต์งานด้านวิศวกรรมศาสตร์หลายสาขาวิชา ตลอดจนทั้งวิทยาศาสตร์กายภาพ ชีววิทยาและวิทยาศาสตร์สังคมเข้าด้วยกันเช่น วิศวกรทำงานเกี่ยวกับการวิจัยพื้นฐานทางฟิสิกส์ เพื่อสนองความต้องการของการวิจัยอีกโครงการหนึ่ง หรือวิศวกรอาจเก็บข้อมูลทาง  เทคโนโลยีและวิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมร่วมกับนักวิทยาศาสตร์สังคม หรือวิศวกรที่ต้องใช้ความรู้ก้ำกึ่งระหว่างวิชาวิศวกรรมศาสตร์หลายสาขา
             

Tags:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: