ไบโอเซ็นเซอร์และนาโนเทคโนโลยี่

(24) บ้านกลายเป้นโรงพยาบาลชั้นยอดได้ด้วย ไบโอเซ็นเซอร์และนาโนเทคโนโลยี่

 ไบโอเซ็นเซอร์กับนาโนเทคโนเทคโนโลยีจะช่วยให้บ้านกลายเป็นโรงพยาบาลชั้นยอดระดับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยได้ไม่ยาก  เพราะงานหลายอย่าง เช่น การตรวจเลือดซึ่งแต่เดิมต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงที่ไม่สามารถทำที่อื่นได้ นอกจากโรงพยาบาลระดับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ปัจจุบันพบว่าสามารถทำได้แม้ในบริษัทเอกชนทั่วไปรวมทั้งระบบของการรับส่งข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก็กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วแต่อย่างไรก็ตามเมื่อการเจ็บป่วยมีความรุนแรงไปถึงขั่นหนึ่ง  ก็ยังจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
 ความก้าวหน้าของงานทางด้านไบโอเซ็นเซอร์และนาโนเทคโนโลยี ซึ่งสามารถจัดการกับวัตถุในระดับ 10(ยกกำลัง-9)นาโนเซนติเมตรได้ (ใกล้เคียงกับขนาดของดีเอ็นเอ) ทำให้มีความพยายามที่จะพัฒนาวิธีการใหม่ๆสำหรับการตรวจวินิจฉัยสภาพร่างกายมนุษย์ขึ้นมา ศาสตราจารย์โฮริอิเกะ แห่งมหาลัยโตเกียวได้ทำการพัฒนา”เฮลท์ชิป (health chip)”ที่มีขนาดราว 2 เซนติเมตร ให้กลายเป็นหลอดเล็กๆที่มีขนาดไม่เกิน 30 ไมโครเมตรเพื่อใช้ในการตรวจวัดสภาพต่างๆของร่างกายเช่นน้ำตาลในเลือด ระดับของโซเดียมและโพแทสเซียม ตรวจวัดpH ตรวจวัดระดับการทำงานของไต รวมทั้งการตรวจวัดระดับของไนโตรเจนในปัสสาวะ (blood urea nitrogen หรือ BUN) และอื่นๆ
 นอกจากนี้ศาสตราจารย์ทะมิยะ แห่งมหาลัยแห่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์โฮกุริกุ ได้ทำการผลิตเซ็นเซอร์สำหรับตรวจน้ำตาลในเลือดในลักษณะที่เป็นไมโครโฟลว์ (microflow) ที่มีร่องเล็กๆขนาดราว 75 ไมโครเมตร แล้วยังได้ตาข่ายของเซลล์ประสาทบนแผ่นที่มีขนาด 500 ไมโครเมตร อีกด้วย เพื่อที่จะใช้เป็นไบโอเซ็นเซอร์    ชิป(biosensor chip) สำหรับการทดสอบความไวต่อยาต่างๆของเซลล์ เทคโนโลยีทางด้านไบโอเซ็นเซอร์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของประเทศญี่ปุ่นเองเหล่านี้นั้น ส่วนหนึ่งนั้นได้รับการพัฒนาขึ้นโดยศาสตราจารย์คะรุเบะ แห่งมหาลัยเทคโนโลยีแห่งโตเกียว และกำลังแผ่หลายไปทั่วประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเร็วๆนี้คณะของศาสตราจารย์คะรุเบะได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เซ็นเซอร์กลูโคส” ที่ใช้ตรวจน้ำตาลกลูโคสในระดีบความเข้มข้นต่ำมากหรือสูงมากซึ่งไม่สามารถตรวจด้วยวิธีการตามปกติได้ ซึ่งการวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคที่บ้านไม่ได้เป็นเพียงความฝันอีกต่อไป
 ด้วยวิธีการนี้ นอกจากจะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลของการตรวจร่างกายได้ด้วยตัวเองยังสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขแล้ว ยังสามารถลดปัญหาของ “การรอ 3 ชั่วโมง เพื่อพบหมอเพียง 3 นาที ” รวมไปถึงการตรวจเลือดและการชำระเงินซึ่งต้องใช้เวลาอีกนานเช่นกัน หรือกล่าวได้ว่าด้วยความก้าวหน้าได้ว่าด้วยความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีของการรักษาแบบสุดยอดนี้ จะช่วยให้สามารถ ตรวจร่างกายเองที่บ้านหรือตรวจกับแพทย์ประจำตัวใกล้บ้านได้เสมือนมี “หมอใกล้ตัว” โดยไม่ต้องเสียเวลากับการรอคอยที่โรงพยาบาลอีกต่อไป
 ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้าไปและตวามนิยมที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งความรวดเร็วของ เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ทำให้คาดว่า ในอนาคตอันใกล้ ชุมชนหนึ่งๆอาจมีเพียงแค่สถานพยาบาลขนาด 200 เตียง เพื่อการรักษาและตรวจวินิจฉัย ส่วนโรงพยาบาลขนาดใหญ่เป็น 1000 เตียง ก็อาจจะกลายเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับระลึกถึงอดีตไปก็เป็นได้

ประเด็นสำคัญ
*ด้วยเทคโนโลยีไบโอเซ็นเซอร์ ทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลการตรวจร่างกายช่วยให้สามารถรักษาอาการป่วยได้เองที่บ้าน และรักษาได้กับแพทย์ประจำตัวใกล้บ้านด้วยวิทยาการล้ำหน้าสุดขีด

Source:
จากหนังสือเทคโนโลยีมหัศจรรย์เพื่อชีวิต
ผู้แต่ง ศาสตราจารย์คะซุฮิโกะ คะจิฮะระ (Professer Kazuhiko Kajihara)
ผู้แปลและเรียบเรียงโดย รศ.ดร.ศักดา ดาดวง

Tags:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: